ยาช่วยรักษาอาการองคชาตไม่แข็งตัว

คุณหมอขออธิบายให้เข้าใจง่ายๆ แบบเป็นขั้นตอนนะครับ ภาวะ องคชาตไม่แข็งตัว หรือหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction: ED) เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้ชาย โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น หรือมีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง รวมถึงความเครียดและฮอร์โมนที่ลดลง
ปัจจุบันมีวิธีรักษาหลายแบบ ซึ่งหนึ่งในวิธีหลักที่ได้ผลดีและใช้กันอย่างแพร่หลาย คือ การรักษาด้วยยา
🩺 ยาหลักที่ใช้รักษาอาการหย่อนสมรรถภาพคืออะไร?
ยากลุ่มที่แพทย์เลือกใช้เป็นอันดับแรก คือ ยากลุ่ม PDE-5 inhibitors (Phosphodiesterase type 5 inhibitors)
ยากลุ่มนี้จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังองคชาต ทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวได้ดีขึ้น เมื่อมีการกระตุ้นทางเพศ (ยาจะไม่ทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวเองโดยอัตโนมัติ)
ตัวอย่างยาที่ใช้บ่อย ได้แก่
-
ซิลเดนาฟิล (Sildenafil) – ชื่อการค้า เช่น Viagra
-
ทาดาลาฟิล (Tadalafil) – ชื่อการค้า เช่น Cialis
-
วาร์เดนาฟิล (Vardenafil) – Levitra
-
อะวานาฟิล (Avanafil) – Stendra
กลไกการออกฤทธิ์ของยากลุ่มนี้เป็นอย่างไร?
เมื่อมีการกระตุ้นทางเพศ ร่างกายจะหลั่งสารที่ทำให้หลอดเลือดขยายตัว
ยากลุ่ม PDE-5 inhibitors จะเข้าไป ยับยั้งเอนไซม์ PDE-5 ซึ่งปกติจะไปทำลายสารที่ช่วยขยายหลอดเลือด (cGMP)
ผลคือ
-
หลอดเลือดบริเวณองคชาตคลายตัว
-
เลือดไหลเข้าได้มากขึ้น
-
การแข็งตัวจึงดีขึ้นและคงอยู่ได้นานขึ้น
🩺 ยาแต่ละตัวต่างกันอย่างไร?
🔹 ทาดาลาฟิล (Tadalafil)
เป็นยาที่ได้รับการยอมรับสูงและมีความปลอดภัยดี
จุดเด่นคือ ออกฤทธิ์นาน 24–36 ชั่วโมง
สรรพคุณ
-
รักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
-
รักษาอาการจากต่อมลูกหมากโต (BPH) เช่น ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะอ่อนแรง ปัสสาวะกลางคืน
สามารถใช้ได้ทั้ง
-
แบบรับประทานตามต้องการ
-
หรือแบบรับประทานขนาดต่ำทุกวัน
⚠️ ต้องมีการกระตุ้นทางเพศจึงจะออกฤทธิ์


🔹 ซิลเดนาฟิล (Sildenafil)
เป็นยาที่หลายคนรู้จักกันดี เช่น Viagra
สรรพคุณ
-
ช่วยให้องคชาตแข็งตัวเมื่อมีการกระตุ้นทางเพศ
-
ใช้รักษาความดันโลหิตสูงในปอด (ในข้อบ่งใช้อีกแบบหนึ่ง)
โดยทั่วไปจะรับประทาน ก่อนมีเพศสัมพันธ์ประมาณ 30–60 นาที
ยากลุ่มนี้มีผลข้างเคียงไหม?
อาจพบผลข้างเคียงได้บ้าง เช่น
-
ปวดศีรษะ
-
หน้าแดง ร้อนวูบวาบ
-
คัดจมูก
-
ใจสั่นเล็กน้อย
ซึ่งมักเป็นอาการชั่วคราวและหายได้เอง
มีข้อห้ามหรือข้อควรระวังอะไรบ้าง?
❗ ข้อสำคัญมาก
-
ห้ามใช้ร่วมกับยากลุ่มไนเตรต (Nitrates)
เช่น Nitroglycerin ที่ใช้รักษาอาการเจ็บหน้าอกจากโรคหัวใจ
เพราะอาจทำให้ความดันโลหิตต่ำลงอย่างรุนแรงและเป็นอันตรายได้
ผู้ที่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ ได้แก่
-
ผู้ป่วยโรคหัวใจ
-
ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงหรือความดันต่ำ
-
ผู้ที่มีโรคประจำตัวหลายอย่าง
-
ผู้ที่ไม่แน่ใจว่าสุขภาพแข็งแรงพอสำหรับการมีเพศสัมพันธ์หรือไม่
🩺 ถ้าฮอร์โมนเพศชายต่ำ ต้องทำอย่างไร?
ในผู้ป่วยบางราย แพทย์อาจตรวจพบว่า ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนต่ำผิดปกติ
ในกรณีนี้ อาจพิจารณา การให้ฮอร์โมนทดแทน (Androgen replacement therapy) ซึ่งจะเหมาะเฉพาะผู้ที่มีภาวะพร่องฮอร์โมนชัดเจนเท่านั้น
รูปแบบการให้ฮอร์โมน ได้แก่
-
ยารับประทาน
-
ยาฉีด
-
ยาทาผิวหนัง
-
แผ่นแปะผิวหนัง
การรักษาด้วยฮอร์โมนต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดเสมอ

🩺 สรุปจากคุณหมอ
ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ รักษาได้ และไม่ใช่เรื่องน่าอาย ยากลุ่ม PDE-5 inhibitors เป็นทางเลือกแรกที่ได้ผลดีและปลอดภัย แต่การเลือกชนิดยา ขนาดยา และวิธีใช้ ควรให้แพทย์เป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคล
หากมีข้อสงสัยหรือกังวลใจ คุณหมอแนะนำให้เข้ามาปรึกษาโดยตรง เพื่อให้ได้การรักษาที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดนะครับ 😊
